CO₂ LASER

CO2 LASER มีความยาวคลื่น ซึ่งดูดซับน้ำได้ดีเยี่ยมในผิวหนัง ทำให้สามารถกำจัดเนื้อเยื่อเฉพาะจุดได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นไฝ, กระเนื้อ,
หรือใช้เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อรักษาหลุมสิวและริ้วรอย

image-1

CO2 LASER

Full Ablative CO2: เป็นการกำจัดผิวชั้นบนทั้งหมดในบริเวณที่ต้องการรักษา เหมาะกับการแก้ไขปัญหาที่ต้องการการลอกผิวอย่างทั่วถึง

Fractional Ablative CO2: ยิงเลเซอร์เป็นจุดเล็กๆ กระจายทั่วบริเวณ โดยเว้นผิวปกติไว้บางส่วน วิธีนี้ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ลึกกว่า และทำให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วกว่าแบบ Full Ablative

image-2

เหมาะสำหรับผู้มีปัญหา

- ต้องการกำจัดรอยโรคผิวหนัง: เช่น ไฝ, ขี้แมลงวัน, กระเนื้อ, ติ่งเนื้อ, หูด, สิวหิน, สิวข้าวสาร

- แก้ไขปัญหาผิวและฟื้นฟูสภาพผิว: หลุมสิว, แผลเป็นชนิดต่างๆ, รูขุมขนกว้าง, ผิวไม่เรียบเนียน, ริ้วรอยเล็กๆ


ข้อควรระวัง

- ผิวอาจมีอาการแห้ง, ลอก, แดง, หรือรู้สึกแสบได้หลังทำ หรืออาจเกิด รอยดำหลังการทำ โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวคล้ำ หรือเรียกว่า PIH (Post-Inflammatory Hyperpigmentation) จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงแสงแดดหลังทำอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันผลข้างเคียงจากรังสียูวีและเหงื่อ

คำแนะนำก่อน-หลังทำ

ก่อนทำ หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัดอย่างน้อย 7 วัน เนื่องจากมีผลต่อความแข็งแรงของผิว และงดใช้ยาหรือครีมที่มีส่วนผสมที่อาจระคายเคืองผิว เช่น กรดผลไม้ (AHA/BHA)

หลังทำ ดูแลแผลตามแพทย์ระบุอย่างเคร่งครัด จนกว่าสะเก็ดจะหลุดหมด และห้ามแกะสะเก็ดแผลโดยเด็ดขาด


จำนวนครั้งที่แนะนำ

โดยทั่วไปแนะนำ 1 - 5 ครั้ง ขึ้นอยู่กับชนิดของปัญหาผิวหนังที่ต้องการรักษา โดยเว้นระยะห่างประมาณ 1–2 เดือนต่อครั้ง

image-3